| เลนส์จะเป็นตัวรวมแสงให้ภาพตกกระทบที่แผ่นรับภาพ CCD โดยมี IRIS (ช่องให้แสงผ่าน) กำหนดให้ภาพที่เกิด มีความเข้มของแสงตามต้องการ |
| - ในกรณีที่มีแสงมาก IRIS จะต้องเปิดน้อย |
| - ในกรณีที่มีแสงน้อย IRIS จะต้องเปิดมาก |
| ประเภทของเลนส์ |
| 1. FIX IRIS IRIS ของเลนส์จะไม่สามารถปรับได้ ทำให้จะต้องใช้ในสถานที่ภายในอาคาร ที่มีแสงสว่างคงที่ตลอด เวลา |
| 2. MANUAL IRIS IRIS ของเลนส์จะสามารถปรับได้ด้วยช่างเทคนิคที่ติดตั้งกล้อง เหมาะสำหรับงานในอาคารที่มี ความสว่างในแต่ละห้องไม่เท่ากัน สามารถปรับแสงให้เหมาะในแต่ละห้องได้ |
| 3. AUTO IRIS เป็นเลนส์ที่ IRIS จะปรับขนาดของการรับแสงเอง โดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ที่ตกกระทบเลนส์ เหมาะสำหรับติดตั้งนอกอาคารที่ความสว่างเปลี่ยนตามแสงอาทิตย์ |
| การเลือกใช้เลนส์ |
| โดยทั่วไปจะมีมาตรฐานเกลียวอยู่ 2 ชนิด โดยทั้ง 2 ชนิดนั้นจะมีเกลียวขนาด 1 นิ้ว และมีลักษณะคล้ายๆกัน |
| - CS-mount ระยะห่างระหว่างตัวเซ็นเซอร์และเลนส์จะมีขนาด 12.5 มิลลิเมตร |
| - C-mount ระยะห่างระหว่างตัวเซ็นเซอร์และเลนส์จะมีขนาด 17.5 มิลลิเมตร โดยสามารถที่จะใช้ C/CS Adapter ring เพื่อที่จะแปลงเลนส์แบบ C-mount ไปเป็นแบบ CS-mount ได้ |
| - Sensor size ( ขนาดของตัวรับภาพ) เลนส์โดยทั่วไปนั้นจะสร้างภาพที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับตัวเซ็นเซอร์ โดยที่เซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะมีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยที่เลนส์ที่มีขนาด ? นิ้ว ก็จะใช้งานได้สำหรับเซ็นเซอร์ที่มีขนาด 1/2 นิ้ว , 1/3 นิ้ว และ ? นิ้ว จะไม่สามารถใช้ได้กับเซ็นเซอร์ที่มีขนาด 2/3 นิ้ว ถ้าคุณเลือกเลนส์สำหรับเซ็นเซอร์ขนาดเล็กมาใช้งานกับเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ก็จะได้ภาพที่มีมุมเป็นสีดำ |
| - Focal length ( ความยาวของจุดโฟกัส) ความยาวของจุดโฟกัสประกอบกับขนาดของเซ็นเซอร์จะให้มุมที่ดูแตกต่างกัน โดยถ้าขนาดความยาวของโฟกัสสั้นจะให้มุมมองที่กว้าง( wide-angle view) ถ้าขนาดความยาวของจุดโฟกัสยาว จะให้มุมมองที่แคบลง( telephoto view) |
| เลนส์ที่มีมุมมองที่กว้าง( wide-angle view) จะมีมุมมองส่วนลึกของพื้นที่ได้ดีกว่าเลนส์ที่มีมุมมองแคบ( telephoto view) นั้นหมายความว่าคุณสามารถที่จะโฟกัสภาพเข้ามาใกล้ได้จากระยะไกล ซึ่งเลนส์ที่มีมุมมองแคบ จะต้องการการโฟกัสภาพที่ถูกต้อง แน่นอนกว่า |
| รูปแบบหลักของเลนส์มีอยู่ 3 แบบคือ |
| - Mono-focal. ความยาวของจุดโฟกัสนั้นถูกกำหนดมา เช่น 4 มิลลิเมตร |
| - Zoom. ความยาวของจุดโฟกัสนั้นสามารถที่จะปรับได้โดยอยู่ในระยะที่กำหนด เช่น 4 ถึง 10 มิลลิเมตร |
| - Varifocal zoom. เป็นเลนส์ซูมที่มีราคาค่อนข้างต่ำ โดยถ้ามีการเปลี่ยนระยะห่างของจุดโฟกัส เลนส์นั้นจะต้องมี การปรับตั้งโฟกัสใหม่ โดยทั่วไปจะมีขนาด 3.5 ถึง 8 มิลลิเมตร |
| ตัวอย่าง |
| ขนาดภาพขนาดใดที่คุณสามารถที่จะเห็นได้ในระยะ 10 ฟุต ถ้าคุณใช้กล้องที่มีขนาดเซ็นเซอร์ ? นิ้ว และใช้เลนส์ ขนาด 4 มิลลิเมตร ? H = D x h / f = 10 x 3.6 / 4 = 9 ft |
| - Iris( รูรับแสง)ในส่วนของ Iris จะเป็นส่วนที่ใช้กำหนดปริมาณของแสงที่จะผ่านไปสู่เลนส์ โดยที่จะมีลักษณะ แตกต่างกันอยู่ 3 แบบคือ |
| - Manual Iris. หมุนปรับได้ที่วงแหวน Iris หรือเลือกใช้เลนส์ที่กำหนดค่า Iris มาแล้ว โดยเลือกขนาดของ Iris ทีมีให้ เช่น F1.4, F2.0 เป็นต้น |
| - DC Auto Iris. เชื่อมต่อเข้าที่ช่องต่อ output ของตัวกล้อง โดยที่ Iris จะถูกควบคุมโดยตัวกล้องโดย Digital Signal Processor (DSP) |
| - Video Auto Iris. Iris จะถูกควบคุมโดยสัญญาณวีดีโอ เลนส์แบบออโต้ไอริสนั้น เหมาะสำหรับงานที่อยู่ภายนอกอาคาร โดยเลนส์นั้นจะสามารถปรับแสงให้เหมาะกับสภาพ แสงขณะนั้น โดยที่จะให้คุณภาพแสงที่ดีที่สุด และยังสามารถป้องกันตัวรับภาพจากปริมาณแสงที่มีเข้ามามากเกินไป |
| - F-number F-number =Focal length / Iris diameter ถ้าจำนวน F น้อย จะทำให้คุณภาพของภาพนั้นดีกว่าในสภาวะที่มีแสงน้อย |
| กับเลนส์ที่เป็นออโต้ไอริสนั้น จะต้องตั้งโฟกัสภาพในขณะที่มีแสงน้อยเสมอ เพราะถ้ามีการตั้งโฟกัสในขณะที่มี แสงสว่างเยอะนั้น อาจจะทำได้ง่าย แต่ว่าในขณะที่แสงนั้นน้อยลงจะทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางของรูรับแสงปรับเล็กลง และ อาจจะทำให้ภาพนั้นไม่อยู่ในโฟกัสได้ คุณสามารที่จะใช้ตัวกรองแสงสีดำแบบพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้เราลดปริมาณ แสงได้ ตัวกรองแสงนี้จะช่วยในการติดตั้งกล้องของคุณได้ |
วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553
การทำงานของเลนส์
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น