วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553

รีวิวกล้องวงจรปิด AVC755 (8 chanel) AVD757 (16 Chanel)

หลังจากกระแสเรียกร้องของตัวแทนจำหน่ายหลายๆราย ติดปัญหาว่า ซายเนคไม่ได้นำสินค้าที่ทำตลาดราคาถูกเข้ามาขาย หลังจากที่สมควรกับเวลา AVTECH และซายเนคได้พร้อมเปิดตัว DVR ราคาประหยัดที่มาพร้อมกับคุณภาพ ซึ่งทางค่าย AVTECH เองในตระกูลที่เป็น 8 และ 16 ช่อง จะมี AVD71X และ AVC78X ซึ่งรุ่น AVC78X ทางซายเนคไม่ได้นำเข้ามาขาย และรุ่นที่จะนำเสนอในวันนี้จะเป็นรุ่นตระกูล AVC75X
ลักษณะทางกายภาพ
จากรูปลักษณ์ภายนอกและแผงด้านหน้าดูดีพอสมควรสีดำมันใช้วัสดุเป็นสีเคลือบ การจัดวางตำแหน่งของปุ่มออกแบบมาค่อนข้างใช้งานง่าย มีปุ่มกดให้เลือกช่องได้เลย ด้านหน้าสามารถต่อ USB Drive ได้เลยแต่จะไม่มี DVD มาให้ (แต่ปัจจุบัน USB Drive ก็มีขนาดความจุเยอะกว่า DVD แล้ว) ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องจะไม่มี VGA ตัดตัว Loop ออก และไม่มี call monitor สามารถใช้ได้ตรงช่องมอนิเตอร์อย่างเดียว เหมาะสำหรับงานที่ใช้ต่อออกทีวี ส่วนของการบันทึกเสียงมีมาให้ 1 ช่องและสามารถต่อสาย Remote เพื่อใช้งานในระยะไกลได้ ถ้าไม่ต่อสายก็สามารถใช้งาน Remote ได้เลยเหมือนกันเพราะมี censor อยู่ด้านหน้าอยู่แล้ว ส่วนในการต่อ External I/O ก็สามารถทำได้เหมือนรุ่นใหญ่ คือสามารถต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้เช่น สัญญาณกันโขมย และควบคุม speed dome ได้
ด้านในตัวเครื่อง
ด้านในตัวเครื่องเมื่อถอดฝาออกมา จะมีช่องสำหรับใส่ Hard disk ที่เป็น SATA ซึ่งรองรับ 2 ตัว ได้ตัวละ 1TB ไม่มี DVD มาให้แต่ใน spec ระบุว่าสามารถใช้ USB-DVD ได้โดยการต่อกับ Port USB ด้านหน้า และจะมีพัดลมระบายอากาศ ด้านหลัง
การใช้งานของเครื่อง AVC75X
ส่วนของเมนูการใช้งานก็เหมือนกันกับรุ่นอื่นๆแต่จะแตกต่างในการ Playback จะสามารถดูได้พร้อมกันแค่ 4 ช่อง ไม่สามารถดูพร้อมกันได้ทั้งหมด 16 ช่อง ถ้าต้องการดูต้องกดเลื่อนไปครั้งละ 4 กล้องไปเรื่อยๆ แต่สามารถดูภาพสดได้ตามปรกติ ส่วนคุณภาพของภาพที่นำมา Playback ก็เหมือนกับรุ่น AVD71X การบันทึกสามารถบันทึกตามเหตุการณ์แยกอิสระในแต่ละกล้องเมื่อเกิดเหตุการณ์ทำให้ประหยัด hard disk มากขึ้น
ในส่วนของโปรแกรมที่จัดการผ่านคอมพิวเตอร์ถ้าเป็นโปรแกรมตัวเก่าและตัวที่อยู่ในแผ่น เราไม่สามารถที่ดูแยกแต่ละกล้องได้ ต้องทำการโหลด Version ล่าสุดโดยทำการใส่แผ่นแล้วทำการ เลือก Download Latest Version
หลังจากที่เราลงโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว จากการทดสอบความเร็วในการดูภาพผ่าน Network จะเป็นระบบ Mpeg4 ไม่สามารถปรับคุณภาพของการดูภาพได้ ภาพจะกำหนดขนาดความคมชัดตายตัวมาให้เลย และที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือการเข้าดูภาพผ่าน Internet Explorer สามารถเข้าใช้งานเมนูได้อย่างรวดเร็วกว่ารุ่นอื่นๆที่ได้ทดสอบมา สามารถดูภาพแยกอิสระแต่ละ user ได้เลย ในการ playback online ตัวโปรแกรมจะทำการโหลดมาไว้ที่ตัวเครื่องเลยโดยการกำหนดช่วงเวลาในการ playback เป็นแต่ละกล้อง
เครื่องบันทึกภาพ
สรุปการใช้งาน
หลังจากที่ทดสอบการใช้งานแล้ว ตระกูล AVD75X ก็ถือว่าทำได้ดีคุ้มค่าสมกับราคา โดยตัวเครื่องนั้นออกแบบมาได้สวยงามดูดี มีฟังก์ชั่นให้เลือกใช้งานเหมาะสมกับงบประมาณสำหรับคนที่ต้องการเครื่องบันทึกราคาไม่แพง ไม่เน้นการใช้งานในระดับสูงและใช้ดูผ่านระบบอินเตอร์เน็ต แต่ถ้าผ่านระบบ Lan ภายในองค์กรก็ถือว่าใช้งานได้ในระดับหนึ่ง AVD75X สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
คุณสมบัติเครื่องบันทึกภาพ MPEG4 Network AVC755 AVD757
1. เป็นอุปกรณ์ที่รองรับระบบ PAL/NTSC
2. การบีบอัดข้อมูลภาพเป็นแบบ FRAME(MPEG4) , CIF(MPEG4) สามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้
3. รองรับกล้อง ทั้งหมดสูงสุด 16 / 8 กล้อง
4. มีขนาดของภาพที่บันทึก 2 แบบ
ระบบ FRAME 704x480 pixels / 704x576 pixels ,
ระบบ CIF 352x240 pixels / 352x288 pixels
5. มีระบบบันทึกและแสดงภาพ 25 Fps ต่อกล้อง ไม่สามารถตั้งความเร็วในการบันทึกได้
6. สามารถเลือกคุณภาพการบันทึก ได้ แบบ Best, High, Normal, และ Basic
7. รองรับฮาร์ดดิสก์แบบSATA 2 ลูก ลูกละ 1 TB
8. มีระบบการบันทึกภาพ แบบตั้งเวลาบันทึก, แบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, แบบเมื่อมีการเตือน, แบบตั้งบันทึกตลอดเวลา
9. บันทึกแยกอิสระในแต่ละกล้องเมื่อมีเหตุการณ์และการเคลื่อนไหว
10. ระบบ Multiplex ทำงานแยกอิสระต่อกันในการ ดูภาพ บันทึกภาพ เล่นภาพ ระบบ network
11. มีระบบดูภาพแยกอิสระต่อในแต่ละกล้องและในแต่ละ user (Network Independent)
12. รองรับระบบเสียง 1 Input และ 1 Output
13. สามารถตั้งควบคุมพื้นที่ได้ 16x12 ตาราง ต่อกล้อง
14. มีระบบ Backup USB Backup, USB DVD-RW, Network Backup
15. มีระบบ LAN 10/100 สามารถดูภาพผ่าน Internet รองรับ TCP/IP, PPPOE, DHCP and DDNS
16. มีรีโมทคอนโทรล และรีโมทสามารถคอนโทรล Speed Dome ได้
17. มีระบบการแสดงภาพแบบลำดับภาพ และสามารถตั้งเวลาในการแสดงภาพได้
18. มีระบบการ Zoom 2x ภาพเมื่อดูภาพสดและเล่นภาพ
19. มีระบบ Lock ปุ่มกดโดยใส่รหัสผ่านและสามารถตั้งเวลาในการ Lock
20. สามารถคืนค่าในกรณีที่ไฟฟ้าดับและเปิดขึ้นมาเองโดยค่าต่างๆที่กำหนดไม่มีการเปลี่ยนแปลง
21. สามารถ upgrade firmware ในกรณีที่มีเวอร์ชั่นใหม่ออกมาโดยผ่านทาง USB ได้
22. รองรับระบบการรวมภาพจากหลาย DVR มากที่สุด 16 DVR และจำนวนกล้อง 256 กล้องในหน้าจอเดียวกัน
23. สามารถดูภาพผ่าน PDAได้
24. กินไฟ < 64 Watt
25. ทำงานได้ที่อุณหภูมิ 10c-40c
26. ขนาดของเครื่อง 430(W) x 65(H) x 338 (D)

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

การทำงานของเลนส์

เลนส์จะเป็นตัวรวมแสงให้ภาพตกกระทบที่แผ่นรับภาพ CCD โดยมี IRIS (ช่องให้แสงผ่าน) กำหนดให้ภาพที่เกิด มีความเข้มของแสงตามต้องการ
- ในกรณีที่มีแสงมาก IRIS จะต้องเปิดน้อย
- ในกรณีที่มีแสงน้อย IRIS จะต้องเปิดมาก
ประเภทของเลนส์
1. FIX IRIS IRIS ของเลนส์จะไม่สามารถปรับได้ ทำให้จะต้องใช้ในสถานที่ภายในอาคาร ที่มีแสงสว่างคงที่ตลอด เวลา
2. MANUAL IRIS IRIS ของเลนส์จะสามารถปรับได้ด้วยช่างเทคนิคที่ติดตั้งกล้อง เหมาะสำหรับงานในอาคารที่มี ความสว่างในแต่ละห้องไม่เท่ากัน สามารถปรับแสงให้เหมาะในแต่ละห้องได้
3. AUTO IRIS เป็นเลนส์ที่ IRIS จะปรับขนาดของการรับแสงเอง โดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ที่ตกกระทบเลนส์ เหมาะสำหรับติดตั้งนอกอาคารที่ความสว่างเปลี่ยนตามแสงอาทิตย์
การเลือกใช้เลนส์
โดยทั่วไปจะมีมาตรฐานเกลียวอยู่ 2 ชนิด โดยทั้ง 2 ชนิดนั้นจะมีเกลียวขนาด 1 นิ้ว และมีลักษณะคล้ายๆกัน
- CS-mount ระยะห่างระหว่างตัวเซ็นเซอร์และเลนส์จะมีขนาด 12.5 มิลลิเมตร
- C-mount ระยะห่างระหว่างตัวเซ็นเซอร์และเลนส์จะมีขนาด 17.5 มิลลิเมตร โดยสามารถที่จะใช้ C/CS
Adapter ring เพื่อที่จะแปลงเลนส์แบบ C-mount ไปเป็นแบบ CS-mount ได้
- Sensor size ( ขนาดของตัวรับภาพ) เลนส์โดยทั่วไปนั้นจะสร้างภาพที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับตัวเซ็นเซอร์ โดยที่เซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะมีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยที่เลนส์ที่มีขนาด ? นิ้ว ก็จะใช้งานได้สำหรับเซ็นเซอร์ที่มีขนาด 1/2 นิ้ว , 1/3 นิ้ว และ ? นิ้ว จะไม่สามารถใช้ได้กับเซ็นเซอร์ที่มีขนาด 2/3 นิ้ว ถ้าคุณเลือกเลนส์สำหรับเซ็นเซอร์ขนาดเล็กมาใช้งานกับเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ก็จะได้ภาพที่มีมุมเป็นสีดำ
- Focal length ( ความยาวของจุดโฟกัส) ความยาวของจุดโฟกัสประกอบกับขนาดของเซ็นเซอร์จะให้มุมที่ดูแตกต่างกัน โดยถ้าขนาดความยาวของโฟกัสสั้นจะให้มุมมองที่กว้าง( wide-angle view) ถ้าขนาดความยาวของจุดโฟกัสยาว จะให้มุมมองที่แคบลง( telephoto view)
เลนส์ที่มีมุมมองที่กว้าง( wide-angle view) จะมีมุมมองส่วนลึกของพื้นที่ได้ดีกว่าเลนส์ที่มีมุมมองแคบ( telephoto view) นั้นหมายความว่าคุณสามารถที่จะโฟกัสภาพเข้ามาใกล้ได้จากระยะไกล ซึ่งเลนส์ที่มีมุมมองแคบ จะต้องการการโฟกัสภาพที่ถูกต้อง แน่นอนกว่า
รูปแบบหลักของเลนส์มีอยู่ 3 แบบคือ
- Mono-focal. ความยาวของจุดโฟกัสนั้นถูกกำหนดมา เช่น 4 มิลลิเมตร
- Zoom. ความยาวของจุดโฟกัสนั้นสามารถที่จะปรับได้โดยอยู่ในระยะที่กำหนด เช่น 4 ถึง 10 มิลลิเมตร
- Varifocal zoom. เป็นเลนส์ซูมที่มีราคาค่อนข้างต่ำ โดยถ้ามีการเปลี่ยนระยะห่างของจุดโฟกัส เลนส์นั้นจะต้องมี การปรับตั้งโฟกัสใหม่ โดยทั่วไปจะมีขนาด 3.5 ถึง 8 มิลลิเมตร
ตัวอย่าง
ขนาดภาพขนาดใดที่คุณสามารถที่จะเห็นได้ในระยะ 10 ฟุต ถ้าคุณใช้กล้องที่มีขนาดเซ็นเซอร์ ? นิ้ว และใช้เลนส์ ขนาด 4 มิลลิเมตร ? H = D x h / f = 10 x 3.6 / 4 = 9 ft
- Iris( รูรับแสง)ในส่วนของ Iris จะเป็นส่วนที่ใช้กำหนดปริมาณของแสงที่จะผ่านไปสู่เลนส์ โดยที่จะมีลักษณะ แตกต่างกันอยู่ 3 แบบคือ
- Manual Iris. หมุนปรับได้ที่วงแหวน Iris หรือเลือกใช้เลนส์ที่กำหนดค่า Iris มาแล้ว โดยเลือกขนาดของ Iris ทีมีให้ เช่น F1.4, F2.0 เป็นต้น
- DC Auto Iris. เชื่อมต่อเข้าที่ช่องต่อ output ของตัวกล้อง โดยที่ Iris จะถูกควบคุมโดยตัวกล้องโดย Digital Signal Processor (DSP)
- Video Auto Iris. Iris จะถูกควบคุมโดยสัญญาณวีดีโอ
เลนส์แบบออโต้ไอริสนั้น เหมาะสำหรับงานที่อยู่ภายนอกอาคาร โดยเลนส์นั้นจะสามารถปรับแสงให้เหมาะกับสภาพ แสงขณะนั้น โดยที่จะให้คุณภาพแสงที่ดีที่สุด และยังสามารถป้องกันตัวรับภาพจากปริมาณแสงที่มีเข้ามามากเกินไป
- F-number
F-number =Focal length / Iris diameter
ถ้าจำนวน F น้อย จะทำให้คุณภาพของภาพนั้นดีกว่าในสภาวะที่มีแสงน้อย
กับเลนส์ที่เป็นออโต้ไอริสนั้น จะต้องตั้งโฟกัสภาพในขณะที่มีแสงน้อยเสมอ เพราะถ้ามีการตั้งโฟกัสในขณะที่มี แสงสว่างเยอะนั้น อาจจะทำได้ง่าย แต่ว่าในขณะที่แสงนั้นน้อยลงจะทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางของรูรับแสงปรับเล็กลง และ อาจจะทำให้ภาพนั้นไม่อยู่ในโฟกัสได้ คุณสามารที่จะใช้ตัวกรองแสงสีดำแบบพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้เราลดปริมาณ แสงได้ ตัวกรองแสงนี้จะช่วยในการติดตั้งกล้องของคุณได้